รีวิว Nail Polish ยี่ห้อ ESSIE ยาทาเล็บสุดโปรดจาก อเมริกา


** CONSUMER REVIEW** 

ช่วงที่ผ่านมา หลายคนที่ติดตามพิินนี่ผ่าน facebook / twitterและ Instagram คงจะเห็นพินนี่เพลิดเพลินกับยาทาเล็บ ยี่ห้อนึง ที่คนไทยไม่ค่อยคุ้นหูเท่าไหร่นัก แต่สีสวยมาก ค่ะ และเป็น Product line ที่ไม่ได้นำมาขายในเมืองไทยของ ยี่ห้อเครื่องสำอางดังที่เรารู้จักกันดี นั่นคือ L'oreal :)
ยี่ห้อที่พินนี่กำลังพูดถึงคือ ยี่ห้อ ESSIE นั่นเองค่ะ พินนี่ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องยาทาเล็บมากนักเนื่องด้วยปกติก็ทาเล็บน้อยมาก(ตั้งแต่ลาออกจาก เอมิเรตส์ก็ไม่ค่อยได้ทาเล็บอีกเลยแถมตอนนั้นก็ทาอยู่สีเดียวคือสีแดง) ปกติซื้อก็ซื้อแต่ O.P.I และ Zoda และ Skinfood และ Etude เป็นต้น

ESSIE สามขวดนี้ พินนี่ได้มาจากรุ่นพี่ที่อยู่อเมริกาแล้วเขาซื้่อมาฝากค่ะ เขาบอกว่าเราน่าจะชอบ อยากให้ลองใช้ดู ซึ่งทาแล้วกรี๊ดนะ เราชอบมันจริงๆ สีมันสวย ทน แล้วก็ทาง่าย โดยเฉพาะหัวแปรงไม่บาน หัวเล็กๆ ทำให้เราทาได้ง่ายขึ้นค่ะ ที่สำคัญคือกลิ่น ไม่ได้เหมือนรุนแรงเหมือนยาทาเล็บทั่วๆ ไปค่ะ มันแรงตอนเปิดฝาแต่หลังจากทาแล้วกลิ่นก็ไม่ค่อยมี แถมแห้งเร็วด้วยค่ะ นอกจากนี้แล้วยังไม่ทำให้เล็บเหลืองด้วย :) สาวๆ น่าจะปลื้มกันค่ะ
พินนี่ได้มาลองสามสีค่ะ คือสี
  • camera - a brilliant coral pink neon
  • lights - an electric pink neon
  • tart deco - chic and modern, this dreamy coral is an artistic burst of color.
 

รูปด้านบนเป็นรูปที่เอามาจากเว็บไซต์ตรงของ ESSIE ค่ะ ส่วนสองรูปด้านล่างเป็นรูปที่ถ่ายจากของจริงค่ะ เดี๋ยวพินนี่จะให้ดูสีจริงๆ ของมันค่ะ :) ด้านล่างนี้เป็นสามสีจริงๆ ที่ถ่ายจากกล้องของพินนี่เอง สีสวยนะคะ แต่อาจจะถ่ายมาไม่สวยเท่าในเว็บเขาเท่านั้นเอง ฝึมือถ่ายรูปห่วยค่ะ 555
 

 

รูปด้านล่างเป็นสีที่เห็นจากขวด แบบชัดๆ ค่ะ สามสีเลย
เมื่อทาออกมาผลที่ได้ก็คือ "สวย" :)
 
นอกจากสามสีด้านบนแล้ว ESSIE ก็ยังมีสีสวยๆ แบบอื่นๆ อีกมากมายค่ะ ทั้งแบบกลิตเตอร์ แบบด้าน แบบวิ้ง บลาๆๆ
 
ช่วงนี้ ESSIE เขามี Product ใหม่ออกมาด้วยนะคะ สีสวยมาก

แต่ Collection ล่าสุดนี่พินนี่ชอบมากค่ะ เพราะเป็นสีโทนพาสเทลแบบที่พินนี่ชอบ (ข้าพเจ้าคลั่งพาสเทลมากถ้าสนิทกันจะรู้ว่าเห็นเป็นไม่ได้ต้องเสียทรัพย์ทันที)


แถมตอนนี้เขามีเล่นเกมส์ชิง รางวัลเป็นรองเท้าแบบที่เห็นในรูปด้วยค่ะ ที่ Facebook ของ ESSIE :) เก๋มาก เป็นเปิดรูปภาพให้ตรงกับสีทาเล็บที่ให้มา ต้องเปิดให้ถูกภายในครั้งแรกด้วยนะ
ส่วนใครอยากกด LIKE Fanpage นี้เพื่อไปเล่นเกมส์หรือ อัพเดทดูสีทาเล็บสวยๆ สามารถเข้าไปได้ที่ http://www.facebook.com/Essie นะคะ

 

ใครมีสีไหนสวยๆ แวะมาอวดพินนี่บ้างนะคะ :)

รีวิว Baviphat บาวิแพ็ท แผ่นมาส์กหน้า Mask sheet สุดชุ่มฉ่ำ สไตล์เกาหลี

 
   
** CONSUMER REVIEW**
 หลายคนคงรู้จัก Baviphat หรือ บาวิแพ็ท หรือเรียกอีกอย่างว่า เบบี้เฟซ กันมาพอสมควร เป็นยี่ห้อที่มี line product เยอะใช้ได้เลยค่ะทั้ง Mask, tint, lip scrub, BB เยอะมาก จุดเด่นของยี่ห้อนี้คือ Package ที่น่ารักกรี๊ดสลบ นั่นเองค่ะ   ช่วงนี้เป็นช่วงฤดูกาลรับปริญญา สำคัญมากที่เดียวที่จะต้องเตรียมผิวให้พร้อม พินนี่เองซื้อเจ้า Baviphat มาซักพักใหญ่แล้วแต่ยังไม่มีโอกาสได้ลอง พอดีสัปดาห์หน้าต้องรับปริญญากะเขาเหมือนกัน เลยต้องเตรียมผิวกันนิดนึงด้วยการ Mask หน้าให้ชุ่มชื้นเข้าไว้ ซื้อมา 5 กลิ่นค่ะ แต่จริงๆ เขามีหลายกลิ่นนะคะ พินนี่ซื้อ Strawberry , Avocado, Aloe, Lemon แล้วก็ Green tea มาค่ะ





จ่ายเงินซื้อมาเท่าไหร่จำไม่ได้ แต่จำได้อย่างเดียวว่า หลงกล package น่ารักมันเนี่ยแหละเลยคว้ามา5กลิ่นเลย 5555555
เพิ่งลอง Strawberry ไปค่ะ เมื่อคืนนี้เองสดๆ ร้อนๆ อยากบอกว่า มันหอมเหมือนโยเกิร์ตสตรอเบอร์รี่เลยค่ะ แล้วก็ชุ่มฉ่ำมากๆ แต่แผ่นมันใหญ่มากจนไม่พอดีกับหนังหน้าเรา 5555



หลักการที่ถูกต้องในการ Mask หน้า ที่เคยเรียนรู้มาจาก การไปนวดหน้าที่ SKII เมื่อสองเดือนที่แล้ว >> อ่านบทความ SKII ได้ที่นี่ << คือ โปะไว้ประมาณ 15 นาทีพอค่ะ ห้ามเกินกว่านี้ ไม่งั้นความชุ่มชื้นที่เราควรจะได้รับ มันจะอารมณ์เหมือน facial sheet ดูดคืนกลับไปหมด


ฮ่าาาาดูจิ Facial sheet มันไม่พอดีกับหน้าเรา 55555 ครบ 15 นาทีแกะออกมาแล้ว เอาส่วนเกินที่ยังซึมลงไปไม่หมดเอามือนวดวนๆ ๆ ๆ ให้มันซึมลงไปในผิวนะคะ ส่วนจาก Facial Sheet ถ้ามันยังไม่แห้งมาก ก็เอาแผ่นมาถูกแขน ถูขา ถูึคอต่อได้ค่ะ ผิวชุ่มชื้นสุดๆ ไปเลยนะ

หลังแกะออกรู้สึกสดชื่นมากค่ะ นวดครีมเซรั่มอะไรลงไปก็เหมือนผิวจะรับพวกครีมได้ีดีทีเดียว ไว้จะลอง Facial sheet พวกนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจออันถูกใจจริงๆ อันนี้ถือว่ายังไม่ค่อยถูก ใจเท่าไหร่ค่ะเคยเจอที่ถูกใจกว่านี้มาแล้วแต่ลืมรีวิว 555 เดี๋ยวขอเวลาไปซื้อมาใหม่ก่อนนะ และ Baviphat ดีตรงราคาไม่แพงมากค่ะ พูดถึงคุณภาพกับราคาก็ไปกันได้ดีค่ะ ออกแบบแพคเก็จสวยงามน่าใช้ด้วยล่ะ ยังไง ก่อนเอามาส์กมาใช้กันอย่าลืมเอาไปแช่ตู้เย็นนะคะ เอาออกมาเย็นๆ มาโปะหน้านี่สดชื่นมากเลยน้า


พบกันใหม่รีวิวหน้าจ้าาาาาาา ช่วงนี้เน้นเมาส์กหน้า รักษาสิวเยอะหน่อยเพราะรู้สึกว่า โบ๊เครื่องสำอางเยอะๆก็ไม่มีประโยชน์ถ้าเราไม่รู้จักดูแลผิวพื้นฐานของเรา ถ้าผิวดี แต่งหน้าก็จะแต่งง่ายขึ้นด้วย :) บ๊ายบายยค่ะ สำหรับใครอยากซื้อๅBaviphat ที่ Watsons ก็มีขายนะคะ หรือสั่งผ่านเว็บก็มีเหมือนกันค่ะ

[FAQ] สิวอุดตัน มีกี่แบบและวิธีการรักษาอย่างถูกต้อง




วันนี้ 5 เมษายน 2555 ขอทวิตเรื่องสิวอุดตัน ซึ่งทุกคนเคยเป็นหรือกำลังเป็นอยู่

1. สิวอุดตันหรืออีกชื่อคือสิวคอมิโดน คือสิวเม็ดเล็กๆขนาด1-2มม. เมื่อบีบออกจะเห็นของกึ่งเหลวสีขาวอยู่ภายใน มักพบบริเวณใบหน้า หน้าอกและหลัง

2. สิวอุดตันแบ่งเป็น2ชนิดคือ สิวหัวขาวและสิวหัวดำ

3. สิวหัวขาวคือสิวอุดตันที่มีลักษณะเป็นตุ่มขนาดเล็กสีขาวที่ไม่มีรูเปิดบริเวณผิว ดังรูป


4. สิวหัวดำคือสิวอุดตันที่มีลักษณะเป็นตุ่มขนาดเล็กและมีจุดสีดำตรงกลางที่เป็นรูเปิดบริเวณผิว ดังรูป

5. สิวอุดตันอาจพัฒนาไปเป็นสิวอักเสบได้ โดยเฉพาะเมื่อเกิดการติดเชื้อหรือการบีบกดอย่างรุนแรง

6. วิธีรักษาสิวอุดตันมี2วิธีคือ การทายาและการกดสิว

7. ยาทาที่ใช้รักษาสิวอุดตันที่ได้ผลดีที่สุดคือกรดวิตะมินเอ แต่ข้อเสียคือหลังทา2weekแรกอาจมีสิวเห่อ อาจระคายผิวและจะต้องทาเป็นเดือนจึงเห็นผล

8. การกดสิวเป็นวิธีการรักษาสิวอุดตันที่ได้ผลเร็วที่สุด อาจเจ็บเล็กน้อย และมีสะเก็ดเล็กๆอยู่3-4วัน

9. การกดสิวทำโดยใช้ปลายเข็มขนาดเล็กสะกิดผิวตื้นๆแล้วใช้อุปกรณ์กดหัวสิวกดออก

10. มีคลินิกบางแห่งเอาเครื่องเลเซอร์มาใช้แทนการใช้ปลายเข็มสะกิดเพื่อคิดค่ารักษาเพิ่มขึ้นเป็นการฉวยโอกาสเอาเปรียบคนไข้ที่ไม่รู้ทัน

11. ข้อควรระวัง!! การใช้เลเซอร์เปิดหัวสิวอาจทำให้เกิดรอยคล้ำหรือแผลหลุมตามมาได้





Source: @DrWoraphong ‘s Twitter

[FAQ] มารู้จักและเรียนรู้ข้อดีข้อเสียของไหมละลายสำหรับการยกกระชับหน้ากัน



มีคนถามเรื่องไหมละลายสำหรับการยกกระชับหน้า มาคุยเรื่องนี้กันหน่อยดีกว่า มีใครอยู่แถวนี้ที่อยากฟังเรื่องนี้บ้างมั๊ยคะ

1) เทคโนโลยีการร้อยไหมเกิดขึ้นจากการที่คนอยากยกกระชับหน้าโดยไม่อยากผ่า ตัดซึ่งยุ่งยากต้องพักฟื้นนาน จึงมีแพทย์ชาวฝรั่งเศสเอาไหมมาดึงผิวขึ้น

2) การร้อยไหมเหมาะสำหรับการดึงหน้าเฉพาะส่วนเช่น หางคิ้วหรือร่องแก้ม ไหมชนิดแรกที่นำมาใช้ชื่อว่า Aptos มีลักษณะคล้ายฟันปลาซึ่งเอาไว้เกี่ยวผิว

3) เคยมีคนพยายามเอาทองคำมาใช้เป็นไหมยกกระชับหน้า เพราะทองเป็นสิ่งแปลกปลอม พอใส่เข้าไปในร่างกาย ร่างกายจะสร้างคอลลาเจนขึ้นในบริเวณนั้น

4) ข้อเสียของการร้อยไหมทองคือ ผู้ที่แพ้โลหะอาจเกิดการแพ้รุนแรง ทองจะไม่ ย่อยสลายและถือเป็นโลหะหนัก ในปัจจุบันไม่มีการศึกษาถึงผลกระทบระยะยาว

5) ผู้ที่ใช้ไหมทองร้อยบนใบหน้าห้ามทำการรักษาหรือ treatment ใดๆที่ใช้ความร้อนบนใบหน้าเด็ดขาด เพราะทองจะนำความร้อนได้ทำให้ผิวหนังโดยรอบไหม้ได้

6) การร้อยไหมละลายจะใช้ไหมที่สลายไปเองในเวลา 6 เดือน ไหมชนิดนี้ไม่สามารถยกกระชับหรือดึงผิวได้แต่จะไปกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง

7) การร้อยไหมละลายมีข้อดีที่เห็นผลทันที แต่มีข้อเสียคือถ้าร่างกายแพ้ไหมที่ร้อยเข้าไป แต่ไหมใช้เวลา 6 เดือนกว่าจะละลายร่างกายจะพยายามกำจัดไหม

8) ถ้าคนไข้แพ้ไหมละลายจะมีอาการตุ่มแดงตุ่มหนองตามบริเวณที่ร้อยไหมเข้าไปซึ่งจะรักษาได้ยาก อีกทั้งการจิ้มไหมเป็นจำนวนมากจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

9) การร้อยไหมบริเวณปลายจมูกไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากบริเวณนี้มีเลือดไปเลี้ยงน้อย เกิดการอักเสบติดเชื้อได้ง่าย เกิดแผลเป็นจมูกผิดรูปได้

10) คอลลาเจนที่ถูกกระตุ้นโดยไหมละลาย อาจเป็นคอลลาเจนชนิดเดียวกับที่พบในแผลเป็นคล้ายพังผืด ไม่ใช่คอลลาเจนตามธรรมชาติที่อยู่ที่ผิวหนังปกติ

11) ที่สำคัญคือยังไม่มีการศึกษาถึงผลระยะยาวของการใช้ไหมละลายบนใบหน้าเกี่ยวกับคอลลาเจนที่ถูกกระตุ้นให้สร้างขึ้นว่าจะทำให้เกิดการหดรั้งหรือไม่

12) มีเทคโนโลยีอีกหลายอย่างที่ช่วยเรื่องการยกกระชับหน้า เช่น การใช้คลื่นความถี่วิทยุ และ focused ultrasound ซึ่งมีงานวิจัยว่าได้ผล

13) ควรศึกษาข้อมูลถึงผลดี ผลเสีย ของการร้อยไหมละลายก่อนการตัดสินใจทำ เพราะหลังจากทำไปแล้ว ถ้ามีผลข้างเคียงจากการเกิดพังผืด จะแก้ไขได้ยาก

ในงานประชุมหมอผิวหนังเมื่อ มีค. ก็มีการพูดถึงเรื่องการร้อยไหมละลายและสรุปว่า ยังไม่มีงานวิจัยศึกษาเรื่องผลข้างเคียงในระยะยาวจึงไม่แนะนำให้ทำ

เคยมีหมอผิวหนังท่านหนึ่งจากสถาบันโรคผิวหนัง ให้สัมภาษณ์เรื่องไหมละลายเอาไว้ ลองอ่านดูได้ที่นี่นะคะ http://www.thaipost.net/x-cite/221211/50023

ไม่มีการร้อยไหมละลายเพื่อยกกระชับหน้าในโรงพยาบาลรัฐหรือโรงเรียนแพทย์ เพราะไม่มีการศึกษาถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัยในระยะยาว



Source: @DrRungsima ‘s Twitter

จุดชนวน ชวนทำเว็บกับ Junior Webmaster Camp #4 เปิดรับสมัครแล้ว


มาแล้วววจ้า !!!!
"Junior Webmaster Camp #4"
จุดชนวน ชวนทำเว็บที่มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม
ระหว่าง วันเสาร์และอาทิตย์ 28-29 เมษายน 2555

มัธยมปลายที่มีความใฝ่ฝันในการเข้าสู่โลกเว็บมาสเตอร์
โดยน้องๆจะได้เรียนรู้เรื่องราวการเป็นเว็บมาสเตอร์เบื้องต้น
เพื่อสานต่อความฝันของน้องๆ สู่การเป็นเว็บมาสเตอร์

สมัครออนไลน์ได้แล้ววันนี้ที่ http://www.ywc.in.th/jwc4
วันนี้ - 20 เมษายน ปิดรับสมัครเวลา 18.00น.
ประกาศผลวันที่ 25 เมษายน เวลา 18.00น.

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
- Website : http://www.ywc.in.th/jwc4
- Fanpage : http://www.facebook.com/juniorwebmastercamp
- twitter : @ywc

- ทางโทรศัพท์
082-5531221 พี่แอลลอย(ประธานค่าย)
081-5652747 พี่ท๊อป(รองประธานค่าย)
086-3698832 พี่นก(รองประธานค่าย)

อย่าลืม!! สมัครกันมาเยอะๆนะค่ะ รับประกันความคุ้มค่า,ประสบการณ์,สาระและประโยชน์เต็มๆ และอีกมากมายที่น้องจะได้กัน


[FAQ] 10วิธีป้องกันผิวเสียขณะเล่นน้ำสงกรานต์




1. สวมเสื้อแขนยาวกางเกงขายาวสีเข้มเนื้อผ้าทอถี่เพื่อป้องกันแดด หลีกเลี่ยงสายเดี่ยวและขาสั้น

2. หลีกเลี่ยงการเล่นช่วง 10-16 น. เพราะเป็นช่วงที่แดดแรงมาก

3. ทาครีมกันแดดที่หน้าและบริเวณนอกร่มผ้า ใช้ครีมที่กันทั้งUVAและUVB และทาทุก2ชั่วโมง

4. ใบหู คอและหลังคอเป็นบริเวณที่คนมักลืมทาครีมกันแดด

5. เมื่อเล่นเสร็จรีบอาบน้ำและหาเสื้อผ้าแห้งไปเปลี่ยนทันที การสวมเสื้อผ้าเปียกและหมักหมมทำให้เกิดเชื้อราที่ผิวหนังได้
6. หากผิวไหม้แดดและมีผื่นแดงแสบร้อนให้ประคบด้วยผ้าชุบน้ำเย็นบ่อยๆ

7. ถ้าผิวไหม้ระดับสองจนเป็นตุ่มน้ำพองควรหยุดเล่นและไปพบแพทย์ ถ้าตุ่มพองแตกเชื้อโรคในน้ำเข้าผิวได้ง่ายมาก

8.ยาทาครีมสตีรอยด์ 0.1%TA อาจใช้ทาผื่นแสบแดงที่เกิดจากการไหม้แดด

9. ควรหลีกเลี่ยงการทาดินสอพองหรือปะแป้งน้ำที่หน้าเพราะอาจทำให้เกิดสิวหรือผื่นแพ้ได้

10. การสวมรองเท้าหุ้มส้นที่เปียกน้ำเป็นเวลานานๆทำให้เกิดเชื้อราที่เท้าได้


Source: @DrWoraphong ‘s Twitter

สัมผัสประสบการณ์สุดหรู กับ คู่หูคนใหม่ของพินนี่ LG PRADA 3.0


ถามกันมามากมาย และล้นหลาม หลายคนอาจจะเห็นพินนี่เปลี่ยนโทรศัพท์มือถือ จาก ไอโฟนไปใช้ PRADA 3.0 ของ LG ไปได้ซักพักใหญ่แล้ว (ใหญ่มากเลยล่ะ น่าจะเป็นเดือนๆ ได้แล้ว) หลายคนสงสัย ว่า PRADA ตัวนี้มีอะไรดี ถึงทำให้พินนี่ ซึ่งรัก และบูชา สตีฟ จ็อบส์ มากถึงกับย้ายเครื่องหลักจาก ไอโฟน มาใช้ PRADA เป็นมือถือเครื่องหลักแทน


เอาล่ะ เราจะไม่มารีวิวเครื่องกันแบบนั่งบอกสเปคแยกเป็นชิ้นๆ หรือรีวิว feature , function หรอกนะ แต่พินนี่อยากเล่าให้ฟังเท่านั้นเองว่า ทำไมถึงเปลี่ยนใจมารัก PRADA ขนาดนี้ อันที่จริงแล้ว พินนี่หลง เสน่ห์ PRADA มาตั้งแต่สมัยรุ่นก่อนๆ PRADA by LG หรือ KE 850 รุ่นตั้งแต่สมัยปี 2007 นั่นล่ะค่ะ นานมากเลยนะเพราะนี่มันปี 2012 เข้าไปแล้ว ตอนนั้นเปิดตัวด้วยราคา 22,xxx บาท ซึ่งสมัยนั้น พินนี่เพิ่งเรียนจบใหม่ๆ แล้วก็ใช้ Samsung E700 มาได้เกือบสี่ปีพอดี แต่เพิ่งจะเปลี่ยนไปใช้ Nokia N70 เลยต้องพับโครงการซื้อ PRADA ไป อีกอย่างคิดว่า มือถือราคาเท่านี้ เก็บเงินกันกระอักเลยสมัยนั้น บอกตรงๆ ว่าไม่มีปัญญาซื้อค่ะ T_T เลยได้แต่เก็บความขมขื่นไว้ในใจเท่านั้นเอง สำหรับ PRADA ตอนนั้นถือว่าดีไซน์งดงามสวดยวด ที่สุด ดูผู้ดีที่สุดในยุคนั้นเลยค่ะ >>  ข้อมูล PRADA by LG 2007 <<


Source: http://www.fareastgizmos.com



Source: http://mosaic.cnfolio.com/uploads/FileManagerM528Coursework2007/Prada11.jpg


                             Source : http://cache.gizmodo.com/assets/images/4/2007/06/prada.jpg


จนมายุค PRADA 2.0 หรือ LG KF900 อันนี้เด็ดมาก ตัวโทรศัพท์ไม่ค่อยอยากได้เท่าไหร่นะ เพราะไม่ชอบแบบสไลด์เอาซะเลย แต่ชอบอุปกรณ์เสริมที่มาด้วยกัน คือ นาฬิกา ที่สามารถเชื่อมต่อ Bluetooth รับสายและ sms ได้ ไฮคลาสมาก ตอนนั้นอยากได้นาฬิกาสุดๆ >> ข้อมูลของ LG PRADA 2.0  <<

Source: http://news.softpedia.com/newsImage/LG-KF900-Prada-2-Review-2.jpg


Source: http://i4.cdiscount.com/imagesok/medias/10/90250.jpg



และเนื่องจากแพง และรูปทรงยังไม่ถูกตาต้องใจ สุดท้ายก็โบกมือลา PRADA รุ่นนี้ไปอีกเช่นเคย แล้วมันก็หายไปนานมาก หายเงียบเข้ากลีบเมฆ ไม่มีท่าทีว่าจะผลิต รุ่นใหม่ออกมาเลย ไอ้เราก็รอ นะ รอนานมาก จนถอดใจแล้วไปถอย iPhone มาใช้เปลี่ยนไปสองรุ่นละ ทั้ง iPhone 3Gs และ iPhone 4 จน ตอนนี้มันจะออก iPhone 5 ละ ก็พอดีกับที่มีข่าวว่า เห้ย LG PRADA 3.0 ( LG P940) มันจะมา เลยตัดสินใจไม่เปลี่ยนเป็น iPhone 4s ก็ใช้มือถือ LG Optimus1 ไปพลางๆก่อนเพราะ iPhone พินนี่มันเจ๊ง (ฮาาา) เจ๊งมาหลายเดือนแล้วแล้วยังไม่มีเวลาไปซ่อม นี่คืออีกหนึ่งเหตุผลที่ย้ายมาใช้ PRADA เต็มตัวเพราะไอโฟนมันใช้ไม่ได้นี่เอง (ก๊าก)

ตอนเห็นแบบหนแรก รู้สึกว่าเห้ย สวยกว่า หรูกว่า ตอนรุ่นแรกมากๆ ที่สำคัญดูแววแล้วบางกว่ามาก ส่วนตัวชอบมือถือบางๆ จอใหญ่ๆ อยู่แล้ว ก็โดนสิครับพี่น้อง




Source: http://bit.ly/Hb3bx9


แต่พอเห็น Advertising ของ PRADA ที่โฆษณา ก็ยิ่งกรี๊ด สลบลั่นบ้าน มันสวย Chic ดูหรู และคลาสสิคมากด้วยการนำเอานักแสดงชาย Edward Norton  และ นางแบบ  Daria Werbowy มาเป็น Presenter ซึ่งก็ยิ่งช่วยให้ภาพลักษณ์ดูไฮคลาสขึ้น ที่สำคัญ เหมือน PRADA ก็พยายามจะบอกว่า ของของเค้าเนี่ยสามารถใช้ได้ทั้งชายและหญิง นะไม่ใช่แค่ หญิงอย่างเดียวแบบที่เข้าใจกัน


Source: http://bit.ly/GWDrnj




แต่ด้วยความหรูของมันและราคายังไม่ถูกเปิดเผย ไอ้เราก็หวั่นๆ ว่าจะแพงอีก แล้วก็จะชวดการได้มาครอบครองอีก แต่ปรากฏว่า พอประกาศราคาถึงกับอึ้งตะลึงไปเลย มันไม่ถึง 20,000 บาทอ่ะ มันแค่ 19,900 บาทเอง อึ้งแดร๊ก ..... ไปหลายวิ แล้วก็ตั้งตารอ เมื่อไหร่จะได้ว้าาาาาา เพราะมันสวยมาก ชอบก็ที่มันบาง จอใหญ่ แล้วก็นี่เลย ลาย SAFFIANO ที่ฝาหลังของตัวเครื่อง ซึ่งสาวๆ ขาแฟชั่นแบรนด์เนมน่าจะรู้จักกันดีเพราะเป็นลายกระเป๋าหนังซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ PRADA ซึ่งทางนั้นเขาใช้วิธีการเลเซอร์แบบพิเศษเรียกว่าอะไรจำไม่ได้ขออภัย = =" จึงทำให้ฝาหลังมีลักษณะเหมือนกับ ลายหนังของ PRADA เป๊ะ ซึ่งสวยมาก และทำให้ไม่ต้องหาซองหรือ case หนังใส่ทับเลย ไม่งั้นจะบดบังความสวยหมด (แต่จริงๆเป็นคนติดการใส่ Case เพราะกลัวเป็นรอย สุดท้ายก็ยังอยากหาเคสมาใส่อยู่ดีแต่ search ใน google ก็ไม่เจออันไหนสวยๆ เลยซักอัน เพราะ  PRADA เขาเหมา เรื่องการผลิตซองหรือเคสไว้เองหมด อยากได้ต้องไปซื้อที่ SHOP ซึ่ง..แหะๆ ไม่ซื้อดีกว่า = =")

Source: http://i.haymarket.net.au/News/5-best-luxury-phones-lg-prada-3.jpg



Source: http://www.gadgetguy.com.au/cms/wp-content/uploads/lg-prada-3-02-450x304.jpg



และพอได้ของจริงมาเชยชม อิชั้นก็ไม่ได้เป็นอันกินอันนอนฮ่ะ นั่งลูบไล้ทั้งวี่ทั้งวัน มันชั่งลื่น ช่างใหญ่(จอ) แล้วก็คลาสสิค ด้วยเมนูสีขาวดำ มันช่างงงงงงงโอ้ยยยย สวยยยย ชอบบบบ ทุกครั้งที่ยกหูโทรศัพท์ขึ้นรู้สึก Chic มากจุดนี้ เวลาขึ้น BTS มีแต่คนมอง และแน่นอน จุดที่ชอบที่สุดคือคนใช้น้อย (เพราะเราไม่อยากโหลเห็นใครๆ ถือมือถือหน้าตาเหมือนเรา ชิชะ) เจิ่ด บอกได้คำเดียว ที่สำคัญถ่ายรูปสวยยย อร้ายยยยย  ผลงานถ่ายรูปโดย ป้าดา ในวันที่ไปงานเปิดตัว Sansiri Lounge ค่ะ สามารถชื่นชมตัวอย่างได้จากบทความ >> Sansiri 2012 กับเรื่องราวความอบอุ่นที่มากกว่าความเป็นบ้าน   << ได้ค่ะ งดงามมมมมม


แค่ถุงใส่ก็เริ่ดละ จะเอาอะไรอีกชีวิตนี้ อิ่มมมใจ

กล่องหนังงงงงลายเหมือนกระเป๋าเยย

อร้ายยยย ข้างในเป็นกำมะหยี่ด้วย

กำมะหยี่หรูหรา มีอุปกรณ์ต่างๆ อยู่ด้านล่าง

มาพร้อมคู่มือภาษาไทยด้วย

แล้วก็ทะแด๊นนนน สาวสวยยยของเรา งามมมมมมมม หมดจด > < ชอบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบขอกอดที


และแน่นอนว่า มากับระบบปฏิบัติการ Android ไม่ต้องห่วง ทุกอย่างเชื่อมต่อกับ Google หมด สบายมากหายห่วง เพราะเดี๋ยวนี้ แอพ เจ๋งๆ บน Android ที่ไม่แพ้ไอโฟนก็มีมากมาย ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีแอพเจ๋งๆ ใช้ เพราะ MOLOME นี่ก็เริ่ด เดี๋ยวจะมี Instagram มาให้เล่นกันแล้วด้วย เจิ่ดล่ะงานนี้เมามันส์แน่นอน ขอฝากไว้สำหรับคนที่อยากได้ PRADA อยากให้คิดถึงแง่ Accessories และ Function สำหรับคุณผญ มันสามารถเป็นเครื่องประดับชิ้นหนึ่งให้คุณได้เลยล่ะ งดงามด้วย การใช้งานก็เริ่ด หากแต่... แบตหมดไวไปหน่อย - -" และหน่วยความจำภายใน 8 GB ออกจะน้อยไปหน่อยสำหรับสาวๆ ถ่ายรูปขาโหด เท่านั้นเอง นอกนั้นเริ่ดค่ะ แต่ยังไง ถ้าอยากซื้อใช้ก็อยากให้ดูการใช้งานเป็นหลักดีกว่า :) เพราะแต่ละคนมีสไตล์การใช้งานที่ค่อนข้างต่างกัน  ก่อนจากกันขอบอกว่า เลิฟ ยู ป้าดา  <3



ฝากไว้กับ VDO Presentation Trailer LG PRADA 3.0 ค่ะ สวยงามจริงๆ





สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวแบบละเอียด ๆ พวกสเปคเครื่องและการใช้งานต่างๆ สามารถหาอ่านได้จาก ลิงค์เหล่านี้ค่ะ

ข้อมูลสเปค จาก Siamphone : http://www.siamphone.com/spec/lg/prada_3.0.htm


รีวิวจากคุณ Jokermaster : 

ตอนที่หนึ่ง http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=joker-master&month=02-2012&date=20&group=2&gblog=104

ตอนที่สอง http://www.pantip.com/cafe/mbk/topic/T11761713/T11761713.html

ตอนจบ http://www.pantip.com/cafe/mbk/topic/T11765646/T11765646.html



รีวิวจาก PDAMobiz : http://www.pdamobiz.com/forum/forum_posts.asp?TID=521640&PN=1

รีวิวจาก Butthun Blog: http://blog.butthun.com/featured/lg-prada-premium-mass/

LG Blogger.com : http://www.lgblogger.com/2012/02/13/guru-prada-phone-3-0-by-lg/
Alll rights reserved : Pinnyforever.com. Powered by Blogger.
↑
up